บทที่ 4 เจ้าหญิงเผ่าอสูรระดับ SS? มาเป็นหุ่นเชิดของฉันซะดีๆ!

บทที่ 4 เจ้าหญิงเผ่าอสูรระดับ SS? มาเป็นหุ่นเชิดของฉันซะดีๆ! “อยากสิครับ” เฉินเฟิงพยักหน้าตอบรับอย่างหนักแน่น แววตาของเขาเปล่งประกายวาววับราวกับมีเปลวไฟลุกโชนอยู่ภายใน ในหัวของเขาจินตนาการเตลิดเปิดเปิงไปไกลสุดกู่ ‘อย่าบอกนะว่าอาจารย์ฉินจะยกร่างของเจ้าหญิงเผ่าอสูรคนนี้ให้ฉัน? ถ้าได้หุ่นเชิดระดับสูงพิเศษ (SS) มาไว้ในครอบครอง พลังนักเชิดหุ่นของฉันต้องพุ่งกระฉูดทะลุเพดานแน่ เผลอๆ โควตาจากสิบสถาบันชั้นนำในการทดสอบอีกสามเดือนข้างหน้าคงอยู่แค่เอื้อม!’ ทว่าในขณะที่เฉินเฟิงกำลังวาดฝันอย่างสวยหรู น้ำเสียงราบเรียบของฉินน่าหรานก็ดังแทรกขึ้นมาตัดบทหน้าตาเฉย “ในเมื่อเธอกระตือรือร้นอยากจะแข็งแกร่งขึ้น อาจารย์ก็เบาใจ ค่อยๆ ฝึกฝนไปนะ สักวันเธอต้องเก่งขึ้นแน่ๆ อาจารย์เอาใจช่วย” เธอเว้นจังหวะเล็กน้อยก่อนจะสั่งต่อ “เอาละ มาช่วยอาจารย์เปิดฝาโลงหน่อย จะเที่ยงคืนแล้ว เราต้องรีบจัดการงานวิจัยให้เสร็จ ก่อนที่พรุ่งนี้เช้าคนจากกองทัพจะมารับศพเจ้าหญิงเผ่าอสูรกลับไป” เฉินเฟิงถึงกับยืนเอ๋อรับประทาน รอยยิ้มกว้างบนใบหน้าแข็งค้างไปในทันที “อะ... อาจารย์ฉินครับ เมื่อกี้อาจารย์ไม่ได้ตั้งใจจะยกศพนี้ให้ผมหรอกเหรอ?” “เพ้อเจ้ออะไรของเธอ จะยกให้เธอเนี่ยนะ? รู้ไหมว่าศพนี้มีมูลค่าทางงานวิจัยมหาศาลขนาดไหน?” แววตาของฉินน่าหรานแฝงความขบขันที่ได้แกล้งลูกศิษย์จนหน้าหงาย เฉินเฟิงรู้สึกจุกอกจนพูดไม่ออก ได้แต่สบถอุบอิบในใจ ‘ผู้หญิงคนนี้อายุก็ปาเข้าไปสามสิบแล้ว แต่ยังนิสัยชอบแกล้งเด็กไม่เปลี่ยน! จู่ๆ ก็มาตั้งคำถามชี้นำซะขนาดนั้น ทำเอาเรามโนไปไกล... ที่แท้ก็โดนหลอกมาใช้แรงงานทาสชัดๆ!’ ไม่นานนัก ทั้งสองก็ออกแรงช่วยกันงัดฝาโลงแก้วผลึกออก ทันทีที่ฝาเปิด กลิ่นหอมประหลาดเย้ายวนก็แผ่ซ่านออกมาจากร่างของเจ้าหญิงเผ่าอสูร จังหวะเดียวกันนั้นเอง นาฬิกาบนผนังก็ส่งเสียงดังบอกเวลาเที่ยงคืนตรง เป็นสัญญาณแจ้งเตือนว่าวันใหม่ได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว [ติ๊ง! วันใหม่มาถึงแล้ว โฮสต์ต้องการเริ่มหมุนวงล้อสุ่มหรือไม่!] ‘สุ่มเลย!’ เฉินเฟิงไม่รอช้า สั่งการระบบในใจทันที ของระดับตำนาน (SSS) วันละหนึ่งอย่าง มาลุ้นกันว่าวันนี้เขาจะได้อะไร! [เริ่มทำการสุ่ม... สุ่มสำเร็จ!] [ยินดีด้วย โฮสต์ได้รับสกิลระดับตำนาน (SSS): ‘ดึงวิญญาณ’!] [ความสามารถ: สามารถระบุเป้าหมายเป็นศพที่วิญญาณสลายไปแล้วหนึ่งร่าง เพื่อเรียกวิญญาณดวงเดิมกลับมาและฟื้นคืนชีพให้เป้าหมายได้ทันที!] เฉินเฟิงตื่นเต้นจนแทบจะร้องตะโกนออกมาดังๆ เจ้าระบบนี่มันช่างรู้ใจและโผล่มาได้ถูกจังหวะเวลาเสียเหลือเกิน! สกิลนี้มันประจวบเหมาะที่จะนำมาใช้เรียกวิญญาณของเจ้าหญิงเผ่าอสูรคนนี้ให้กลับมาคืนชีพได้พอดี และในเมื่อสกิลนี้เป็นรูปแบบของการควบคุมวิญญาณโดยตรง นั่นก็หมายความว่าเธอจะกลายเป็นหุ่นเชิดที่ซื่อสัตย์ของเขาไปโดยปริยาย! เขาทอดสายตามองไปเบื้องหน้า เห็นฉินน่าหรานกำลังก้มๆ เงยๆ จัดการบางอย่างอยู่หน้าโลงศพ บั้นท้ายกลมกลึงที่ถูกรัดรึงภายใต้ชุดกี่เพ้าปรากฏชัดแก่สายตาในระยะประชิด ทำเอาเฉินเฟิงถึงกับใจเต้นรัวไม่เป็นจังหวะ ‘เชี่ย... นี่ฉันกลายเป็นคนหมกมุ่นขนาดนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่กันเนี่ย นั่นอาจารย์นะโว้ย! ความรักระหว่างศิษย์กับอาจารย์มันเป็นเรื่องต้องห้าม!’ เฉินเฟิงรีบสะบัดศีรษะเพื่อขับไล่ความคิดฟุ้งซ่านออกไป ก่อนจะสูดหายใจลึกและเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบว่า “อาจารย์ฉินครับ ผมมีวิธีทำให้เธอฟื้นคืนชีพขึ้นมาได้นะ” บรรยากาศภายในห้องวิจัยพลันเงียบกริบลงไปถนัดตา ฉินน่าหรานหันขวับกลับมามองเขาด้วยใบหน้าเหวอจัด “เฉินเฟิง เธอจะไปขี้โม้โอ้อวดที่ไหนอาจารย์ไม่ว่าหรอกนะ แต่อาจารย์รู้จักระดับพลังของเธอดี นักเชิดหุ่นระดับท้ายแถว (F) อย่างเธอเนี่ยนะจะคืนชีพให้ยัยนี่ได้? ฝันกลางวันเป็นตุเป็นตะไปใหญ่แล้ว!” น้ำเสียงของเธอเจือไปด้วยความขบขันอย่างไม่ปิดบัง เฉินเฟิงหน้าแดงก่ำ เขาอธิบายเรื่องความลับของระบบให้ใครฟังไม่ได้ จึงทำได้เพียงยืนกรานเสียงแข็ง “เอาเป็นว่าผมทำได้จริงๆ ก็แล้วกัน ถ้าผมคืนชีพให้เธอไม่ได้ อาจารย์จะลงโทษผมยังไงก็เชิญตามสบายเลย!” เฉินเฟิงกัดฟันยอมเทหมดหน้าตัก ยังไงคืนนี้เขาต้องเอาเจ้าหญิงเผ่าอสูรคนนี้มาเป็นหุ่นเชิดให้จงได้! ไม่อย่างนั้นด้วยสถานะระดับท้ายแถว (F) เพียงอย่างเดียว มันเสี่ยงตายเกินไปสำหรับการทดสอบในดินแดนลับที่กำลังคืบคลานเข้ามา! ฉินน่าหรานเริ่มนึกสนุกขึ้นมา เธอยกแขนขึ้นกอดอกพลางหัวเราะร่วน “ในเมื่อเธอกล้าท้าทายขนาดนี้ อาจารย์จะปล่อยให้ลองดูก็ได้ แล้วอาจารย์ก็จะไม่เอาเปรียบเด็กด้วย ถ้าเธอสามารถคืนชีพศพนี้ได้สำเร็จจริงๆ อาจารย์จะยอมรับปากทำตามเงื่อนไขของเธอหนึ่งข้อ” “อะไรก็ได้จริงๆ เหรอครับ?” เฉินเฟิงหูผึ่ง ดวงตาทั้งสองข้างทอประกายวาวโรจน์ขึ้นมาทันที ฉินน่าหรานพยักหน้ารับ ยักไหล่ด้วยท่วงท่ามั่นใจ “แน่นอน อะไรก็ได้ทั้งนั้น” เฉินเฟิงลอบกลืนน้ำลายอึกใหญ่ สายตาเจ้ากรรมอดไม่ได้ที่จะกวาดมองไล่เลาะไปตามส่วนเว้าส่วนโค้งอันสมบูรณ์แบบของฉินน่าหราน ก่อนจะไปหยุดชะงักอยู่ที่หน้าอกอวบอิ่มซึ่งกำลังกระเพื่อมขึ้นลงตามจังหวะการหายใจ ถ้าเกิดว่าเขาทำได้จริงๆ ล่ะก็... “ไอ้เด็กบ้า มองอะไรของเธอน่ะ!” ฉินน่าหรานหน้าแดงซ่านลามไปถึงคอ เธอยกฝ่ามือฟาดลงบนหลังศีรษะของเฉินเฟิงดังป้าบใหญ่ “ขนหน้าอกยังขึ้นไม่ทันครบ ดันริอ่านกล้าคิดเรื่องทะลึ่งตึงตังพวกนี้!” เฉินเฟิงลูบหัวตัวเองปอยๆ พลางยิ้มแห้ง “อาจารย์คิดมากไปเองแล้ว ผมแค่จะบอกว่าถ้าผมคืนชีพสำเร็จ อาจารย์ช่วยยกเจ้าหญิงเผ่าอสูรคนนี้ให้ผมได้ไหมต่างหาก?” “ไม่ได้! เปลี่ยนเงื่อนไขเดี๋ยวนี้” ฉินน่าหรานปฏิเสธเสียงแข็งทันควัน มูลค่าของศพเจ้าหญิงเผ่าอสูรมันสูงล้ำเกินกว่าที่เธอจะมีอำนาจตัดสินใจยกให้ใครได้ตามใจชอบ เฉินเฟิงเริ่มยกมือขึ้นกุมขมับ อันนั้นก็ไม่ได้ อันนี้ก็ไม่ยอม “งั้นเอาแบบนี้แล้วกัน ถ้าผมคืนชีพเธอสำเร็จ อาจารย์ต้องยอมจูบผมทีหนึ่ง ตกลงไหมล่ะ?” “จูบ...” ฉินน่าหรานชะงักงันไป สมองประมวลผลอย่างรวดเร็ว จะให้เธอจูบลูกศิษย์ตัวเองเนี่ยนะ? แต่เมื่อเหลือบไปเห็นท่าทางมั่นอกมั่นใจจนน่าหมั่นไส้ของเฉินเฟิง ความรู้สึกอยากเอาชนะก็ตีตื้นขึ้นมา “ได้ จูบก็จูบ! ขอแค่เธอคืนชีพให้ได้เถอะ กะอีแค่จูบทีเดียวจะเป็นไรไป” “จัดไปครับ!” เฉินเฟิงรีบรับคำอย่างไว ไม่เปิดช่องว่างให้อีกฝ่ายเปลี่ยนใจ เขารีบขยับเท้าเข้าไปใกล้โลงแก้วผลึกทันที “ใช้งานสกิลดึงวิญญาณ!” [ติ๊ง! ใช้งานสำเร็จ ยืนยันเป้าหมาย: เจ้าหญิงเผ่าอสูร ‘อวี๋โย่วซี’ ระดับสูงพิเศษ (SS) เริ่มทำการเรียกวิญญาณ!] สิ้นเสียงแจ้งเตือนจากระบบ กลุ่มควันสีดำทมิฬสุดประหลาดก็พุ่งทะลุกระจกหน้าต่างเข้ามาในห้องวิจัยอย่างบ้าคลั่งราวกับพายุหมุนขนาดย่อม ฉินน่าหรานเบิกตากว้างมองเหตุการณ์เหนือธรรมชาติเบื้องหน้าจนตาค้าง หัวใจของเธอเต้นกระหน่ำไม่เป็นจังหวะ ‘แย่แล้ว... หรือว่าเจ้าเด็กนี่จะทำเรื่องบ้าๆ นี่ได้จริงๆ?’ พอตระหนักได้ว่าถ้าตนเองแพ้พนันแล้วต้องจูบลูกศิษย์ตัวแสบ ฉินน่าหรานก็เริ่มรู้สึกว้าวุ่นใจ เธอทั้งอับอายและทำตัวไม่ถูกจนมือไม้เริ่มสั่นเทา แต่ลึกๆ เธอก็ยังพยายามปลอบใจตัวเองว่า นักเรียนระดับท้ายแถว (F) ไม่มีทางสร้างปาฏิหาริย์ทำเรื่องเหลือเชื่อขนาดนี้ได้หรอก เวลาล่วงเลยผ่านไปสิบกว่านาที กลุ่มควันสีดำทมิฬก็ค่อยๆ ควบแน่นรวมตัวกันจนกลายเป็นเงาร่างของมนุษย์ ลอยตระหง่านอยู่เหนือร่างไร้วิญญาณ เฉินเฟิงสะบัดมือเบาๆ เพียงครั้งเดียว กลุ่มควันนั้นก็พุ่งมุดหายเข้าไปในร่างของอวี๋โย่วซีในพริบตา ก่อนที่ทุกสรรพสิ่งภายในห้องจะกลับคืนสู่ความสงบอย่างรวดเร็ว ฉินน่าหรานที่ยืนลุ้นจนตัวโก่งค่อยๆ ผ่อนลมหายใจออกมาอย่างโล่งอก พลางเอ่ยปากค่อนขอด “เลิกเล่นสนุกเป็นเด็กๆ ได้แล้ว ขยับไปยืนหลบข้างๆ นู่นไป อย่ามากวนเวลาทำงานของอาจารย์!” เฉินเฟิงไม่ตอบโต้ ทว่ากลับฉีกยิ้มกว้างอย่างผู้ชนะ พลางชี้นิ้วไปยังปลายนิ้วมือของอวี๋โย่วซีที่เริ่มมีการกระตุกตอบสนองทีละน้อย “อาจารย์ดูนั่นสิ... เธอฟื้นแล้ว!” [ยินดีด้วย โฮสต์ทำการคืนชีพเจ้าหญิงเผ่าอสูร ‘อวี๋โย่วซี’ สำเร็จ!] [เนื่องจากท่านเป็นผู้ควบคุมดวงวิญญาณของอวี๋โย่วซีเอาไว้ เธอจะกลายเป็นหุ่นเชิดถาวรของท่านไปจนกว่าดวงวิญญาณนั้นจะแตกซ่านสลายไป] (จบบทที่ 4)